MAXBET เรอัลมาดริดจัด ‘โด้’ นำโป้ง,เปแอสเชไร้ ‘เนย์มาร์’ ขอพลิกนรก:นัด2 ชปล.

MAXBET

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยังเน้นหนักโดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นำแผงแนวรุกเกมบุกถิ่น “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ไม่มี เนย์มาร์ ดาวยิงตัวเก่งเนื่องจากบาดเจ็บพักยาว ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง) คืนวันอังคารที่ 6 มี.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 และ PPTV, เวลา : 02.45 น.

ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
(รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง)
วันอังคารที่ 6 มีนาคม 2561
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) – เรอัล มาดริด (สเปน)
(นัดแรก เรอัล มาดริด ชนะ 3-1)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 และ PPTV, เวลา : 02.45 น.

สนาม : ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์

MAXBET ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่าฝูงลีก เอิง ฝรั่งเศส จะเปิดปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ กรุงปารีส รับการมาเยือนของเรอัล มาดริด อันดับ 3 ลา ลีกา สเปน ในศึกบิ๊กแมตช์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2

เปแอสเชผ่านเข้ามาเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากคว้าแชมป์กลุ่ม บี ทำได้ 15 คะแนน ในรอบแบ่งกลุ่ม แต้มเท่าบาเยิร์น มิวนิค แต่ปารีสมีผลงานเจอกันโดยตรงดีกว่าเสือใต้ ทำให้พวกเขาซิวแชมป์กลุ่ม

ทางด้านเรอัล มาดริด เข้ามาลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ หลังจากได้รองแชมป์กลุ่ม เอช ในการเล่นรอบแบ่งกลุ่ม โดยทำได้ 13 คะแนน ส่วนท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แชมป์กลุ่มทำได้ 16 คะแนน

”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมทีเดียวในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ โดยในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ เปิดเอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ทุบเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาได้สวยงาม 3-1 เก็บความได้เปรียบไว้ก่อนบุกเยือนปารีส ในนัดสอง วันอังคารที่ 6 มีนาคม นี้

อูไน เอเมรี่ เทรนเนอร์ชาวสเปน วัย 46 ปี คุมทีมเปแอสเช ไปแล้ว 100 นัด ในทุกรายการ หลังจากนำทีมบุกชนะ ทรัวส์ 2-0 ในลีก เอิง นัดที่ 28 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม

เขานำทีมชนะ 6 เกมซ้อนในลีก เอิง โดยชนะ 4 นัดติดต่อกันในการเล่นทุกรายการ และทีมไม่แพ้ 51 นัดซ้อน ในการเล่นทุกรายการที่ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ (ชนะ 43 เสมอ 8)

ทีมขาดเนย์มาร์ ซุปตาร์กัปตันทีมชาติบราซิล บาดเจ็บข้อเท้าขวาบิดและกระดูกเท้าขวาหัก เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลมาร์เตเด ในเบโล โอรีซอนชี ประเทศบราซิล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และเขาออกจากโรงพยาบาล วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม กลับไปพักรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว โดยใช้ไม้เท้าพยุงตัว ซึ่งเขาจะพักประมาณ 2 เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือน

ส่วนมาร์กินญอส เซนเตอร์แบ็กบราซิล หายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส วัย 19 ปี หายเจ็บข้อเท้า

ในรายของ เอดินสัน คาวานี่ ผู้นำดาวซัลโวลีก เอิง, มาร์โก แวร์รัตติ กองกลางอิตาลี, ยูริ เบร์ชีเช่ แบ็กซ้ายสเปน, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ มิดฟิลด์อาร์เจนตินา ที่ได้พักในเกมล่าสุด จะกลับสู่กลุ่ม

เอเมรี่จะใช้แผนการเล่น 4-3-3 แผงหน้านำโดย เอ็มบั๊ปเป้, คาวานี่ และ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา โดยมีแวร์รัตติกับ อาเดรียง ราบิโอต์ มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส เป็นตัวหลักแดนกลาง

ขณะที่ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์เรอัล มาดริด นำทีมลงสนามล่าสุด เปิดบ้านต้อน เคตาเฟ่ 3-1 ในลา ลีกา สเปน นัดที่ 27 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 มีนาคม เก็บชัยเป็นนัดที่ 5 ใน 6 เกมหลังสุด ยึดอันดับสามไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ความพร้อมเกมนี้ทีมได้ตัว มาร์เซโล่ วิเอยร่า แบ็กซ้ายทีมชาติบราซิล หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า กลับมาลงสนามเป็นสำรองได้แล้วในเกมลีกล่าสุดที่ชนะเคตาเฟ่

ในรายของ ลูก้า โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า กลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว เช่นเดียวกับ โทนี่ โครส ที่ฟื้นตัวจากอาการเจ็บหัวเข่า เป็นที่เรียบร้อย ทำให้สภาพทีมเวลานี้สมบูรณ์ทีเดียว

รูปแบบการเล่นยึดมั่น 4-3-3 ตามเดิมให้ แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงล่าตาข่ายพร้อมกัน โดยรายของคริสเตียโน่นั้น นำเป็นดาวซัลโวของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ในเวลานี้ ด้วยจำนวน 11 ประตู ซึ่งถือว่าทำได้ครึ่งหนึ่งเลย จาก 20 ประตูที่ราชันชุดขาว ทำได้ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้

แดนกลางน่าจะเรียก ลูก้า โมดริช กลับมาผนึกกำลังร่วมกับคาเซมีโร่ และ โทนี่ โครส อีกครั้ง ส่วนแนวรับให้ ราฟาแอล วาราน กลับมายืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : อัลฟงส์ อาเรโอล่า – ดาเนียล อัลเวส, ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม), มาร์กินญอส, เลย์วิน กูร์กซาว่า – มาร์โก แวร์รัตติ, ติอาโก้ ม็อตต้า, อาเดรียง ราบิโอต์ – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, เอดินสัน คาวานี่, อังเคล ดิ มาเรีย

เรอัล มาดริด : เกย์ลอร์ นาวาส – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส (กัปตันทีม), มาร์เซโล่ วิเอยร่า – โทนี่ โครส, คาเซมีโร่, ลูก้า โมดริช – แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ บรึช (เยอรมัน)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– เปแอสเชพบกับงานลำบากหลังนัดแรกไปเจ๊งมาก่อนที่ เบร์นาเบว 1-3 วันนั้น อาเดรียง ราบิโอต์ ยิงให้ทีมนำก่อนด้วย แต่ มาดริดมาตีเสมอจาก โรนัลโด้ ในการยิงจุดโทษและเป็นลูกที่ 100 ของเขาในแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยิงให้ในเครื่องแบบมาดริด ส่วนประตูที่ 101 ก็ยิงก่อนหมดเวลา 7 นาที และเป็นมาร์เซโล่ที่ปิดกล่องตอนก่อนจบเกมอีก 3 นาทีต่อมา
– เปแอสเชเข้ารอบ 16 ทีมมาในฐานะทีมแชมป์กลุ่ม บี ส่วน มาดริด เป็นรองแชมป์กลุ่ม เอช
– มาดริด เข้าถึงรอบรองฯ หรือมากกว่านั้นใน 7 ซีซั่นหลังสุด ส่วน ปารีส ปีก่อนก็ตกรอบนี้ด้วยน้ำมือบาร์ซ่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมคู่อริจากสเปนตัวแสบ
– ทั้งสองทีมเคยพบกันหนสุดท้ายปี 2015/16 เสมอกัน 0-0 ที่ปารีส และ มาดริด ชนะ 1-0 ที่สเปน
– ปารีส เคยน็อกมาดริด ตกรอบยุโรปสองปีติดในยูฟ่า คัพ รอบก่อนรอง ปี 1993 และ คัพ วินเนอร์ส คัพ รอบก่อนรองฯ ปี 1994
– นี่เป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ เปแอสเช เล่นรอบ 16 ทีมติดต่อกัน พวกเขาชนะ 4 หนแรก และเพิ่งมาเจ็บช้ำตกรอบนี้เมื่อ 12 เดือนก่อน ที่แพ้ต่อบาร์ซ่าทั้งๆ ที่นำในบ้านก่อนถึง 4-0 แต่มาพ่ายที่คัมป์ นู 1-6 วันนั้น เนย์มาร์ที่ตอนนี้สวมเครื่องแบบเปแอสเช ยิงสองและอีกหนึ่งแอสซิสต์
– เปแอสเชจบรอบแบ่งกลุ่มยิงถึง 25 ประตู เป็นสถิติใหม่ของแชมเปี้ยนส์ ลีก
– ที่บ้านในซีซั่นนี้ เปแอสเชดุมาก เก็บเสือใต้ 3-0, อัด อันเดอร์เลชท์ 5-0 และถล่ม เซลติก 7-1
– เปแอสเชแพ้แค่ครั้งเดียวจาก 46 เกมหลังสุดถ้วยยุโรปในบ้านนับแต่แพ้ต่อ ฮาโปเอล เทล อาวีฟ 2-4 เมื่อปี 2007 ในยูฟ่า คัพ รอบแบ่งกลุ่ม จากนั้นสถิติคือ ชนะ 30, เสมอ 15
– เปแอสเชมีสถิติเจอกับทีมจากสเปนที่มาเยือนคือ ชนะ 7, เสมอ 5, แพ้ 2 และ ถ้าเป็นเหย้า-เยือนรวมกันคือ ชนะ 11, เสมอ 7, แพ้ 11 โดยพวกเขาชนะแค่เกมเดียวจาก 8 เกมหลังที่เจอกับเหย้า-เยือน
– ส่วนสถิติเจอกับทีมจากสเปนแบบเตะสองนัดคือ ชนะ 5, แพ้ 3 ขณะที่สถิติการดวลจุดโทษในยุโรป คือแพ้ 1 หนต่อ เรนเจอร์สในยูฟ่า คัพ รอบ 3 ปี 2002
– ราชัน หวังเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งผลงานในรอบ 16 ทีมคือ ชนะ 8, แพ้ 6 โดยอดีตพวกเขาเคยแพ้รอบนี้ 6 ปีติดตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2010
– โรนัลโด้ เป็นนักเตะคนแรกที่ยิงในรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 6 เกมรวม 9 เม็ด ซึ่งพอเข้ารอบ 16 ทีมก็ยังยิงได้อีกทำให้เขายังทำสถิติยิงทุกนัดในซีซั่นนี้ของถ้วยนี้ และนั่นทำให้เขาเป็นท็อปสกอร์ที่ 11 ลูก
– ทีมของ ซีเนดีน ซีดาน แพ้ 2 จาก 4 เกมเยือนหลังยุโรป และถ้าภาพรวมคือแพ้ 3 จากการเยือน 15 เกมหลัง
– มาดริดแพ้แค่สองจาก 26 เกมหลังยูโรเปี้ยน หนสุดท้ายคือบุกพ่ายสเปอร์ส 1-3 ในเกมนัดที่ 4 ซึ่งที่เหลือคือชนะ 16, เสมอ 6
– ในเกมนัดแรกถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เกมเลยที่ มาดริดเสียประตูให้ทีมจากฝรั่งเศส โดยพวกเขายิงได้ถึง 13 เม็ด (ชนะ 5, เสมอ 1)
– สถิติมาดริดไปเยือนทีมจากลีกเอิงคือ ชนะ 5, เสมอ 3, แพ้ 6 ซึ่งพวกเขาเป็นแชมป์เก่าได้แชมป์สมัยที่ 12 ปีที่แล้ว และพวกเขาตั้งเป้าจะเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้สามปีติดนับแต่บาเยิร์น มิวนิค ทำได้เมื่อปี 1976 รวมถึง อาแจ็กซ์ เคยทำไว้ตอนปี 1971-73 และตัวของมาดริดทำเองไว้สูงสุดได้แชมป์ติดต่อกันตั้งแต่ปี 1956-60
– มาดริดเข้ารอบ 46 จาก 59 หนเกมยุโรปหลังจากที่ชนะนัดแรกที่บ้านตัวเอง ส่วนสถิติการยิงจุดโทษในถ้วยยุโรปอยู่ที่ ชนะ 2, แพ้ 2